Day: October 28, 2021

ตะกร้าโครงเหล็ก

ข้อควรรู้เกี่ยวกับตะกร้าโครงเหล็กข้อควรรู้เกี่ยวกับตะกร้าโครงเหล็ก

บรรดาสายออฟฟิศทั้งหลายจะต้องคุ้นหน้าคุ้นตากับสิ่งนี้ นั่นก็คือตะกร้าโครงเหล็กซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ภายในสำนักงานที่เรามักจะพบเจออยู่บ่อยครั้งตามออฟฟิศหรือตามบริษัทต่าง ๆ ซึ่งถูกออกแบบให้เอาไว้ใช้ในการเก็บเอกสารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารสำคัญหรือเอกสารที่ไม่สำคัญ มักจะต้องมีการเก็บรวบรวมเป็นข้อมูลพื้นฐานหรือแหล่งข้อมูลที่สำคัญในอนาคต ซึ่งตัวตะกร้าโครงเหล็กนั้นค่อนข้างมีความสำคัญและมีบทบาทหน้าที่ที่ไม่อาจจะมองข้ามไปได้เลย   ประโยชน์ของตะกร้าโครงเหล็ก  พนักงานใหม่หลาย ๆ คนอาจจะเห็นกันอยู่บ่อยครั้งว่าในห้องเก็บของหรือในห้องเก็บอุปกรณ์เครื่องใช้หรือทรัพย์สินภายในสำนักงานมักจะต้องมีตะกร้าโครงเหล็กเหล่านี้ถูกเก็บเอาไว้กองโตเพื่อรอการนำกลับมาทำความสะอาดและใช้งานอีกครั้ง  คุณสมบัติเด่นของเจ้าตะกร้าโครงเหล็กนี้ค่อนข้างที่จะมีความแข็งแรงคงทนสูง ที่บริเวณภายในมีตัวเส้นของเหล็กอยู่ซึ่งเอาไว้ใช้ในการประกอบขึ้นโครงเป็นตัวตะกร้า แต่ก็มีพลาสติกอ่อนที่มีความยืดหยุ่นสูงห่อหุ้มอยู่ที่ภายนอกตัวโครงเหล็กเพื่อเพิ่มอายุการใช้งานให้กับตะกร้าโครงเหล็กนี้ให้สามารถใช้งานได้ทุกสภาพอากาศ สามารถโดนน้ำ โดนฝุ่น ก็ไม่เป็นอะไรหรือไม่สร้างความเสียหายให้กับตะกร้านี้ เว้นเสียแต่ว่านำตะกร้าโครงเหล็กนี้ไปแบกรับน้ำหนักของสิ่งของที่มีน้ำหนักสูงเป็นระยะเวลานาน จนทำให้โครงเหล็กภายในตะกร้าเกิดการบิดเบี้ยวหรือผิดรูปจึงไม่สามารถใช้งานได้ รวมทั้งอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่มีสิ่งของที่มีน้ำหนักตกกระแทกลงมาทับตะกร้าโครงเหล็กนี้จนทำให้เกิดการบิดเบี้ยวหรือผิดรูปร่าง ทำให้กลายเป็นเศษซากเหล็กที่ไม่สวยงามและใช้งานไม่ได้    นอกจากนี้ยังมีหลายหลายคนที่มีการดัดแปลงตะกร้าโครงเหล็กให้สามารถใช้งานได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยการนำมาต่อกันเป็นหลักหลายชั้น เพื่อแยกประเภทของเอกสารในการจัดเก็บโดยให้เอกสารที่สำคัญที่สุดหรือเป็นงานที่ด่วนมากที่สุดของวันอยู่ด้านบนสุดหรือชั้นบนสุดไล่เรียงลำดับความสำคัญลงมาจนเป็นเอกสารทั่วไปหรือเอกสารที่ไม่ค่อยถูกหยิบจับนัก ให้เอาไว้ที่บริเวณชั้นล่างของตะกร้า ซึ่งเป็นระดับที่อยู่ต่ำกว่าสายตา เพราะหากนำเอกสารที่สำคัญ เอาไว้ที่บริเวณชั้นล่างจะส่งผลให้เกิดการลืมหรือมองข้ามความสำคัญทำให้ส่งผลต่อไทม์ไลน์การส่งงานได้ เพราะเมื่อมันไม่ได้อยู่ในระดับสายตาที่สามารถมองเห็นได้เราอาจจะทำงานส่วนนั้นเป็นงานสุดท้ายหรือช้าที่สุด ทำให้ไม่ทันส่งงานตามเวลาที่กำหนดได้ นอกจากนี้หากนำเอกสารสำคัญไปไว้บริเวณชั้นล่างการที่จะหยิบจับเอาเอกสารนั้นจะต้องก้มเงย ๆ ลงไปเก็บคงจะไม่เหมาะสมนะต่อกล้ามเนื้อและอวัยวะของพนักงานซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ทำซ้ำ ๆ แล้วจะเกิดอาการเจ็บป่วยหรือปวดเมื่อยในระยะยาวได้ ...

หมอนขนห่านเทียม

หมอนขนห่านเทียมคืออะไรหมอนขนห่านเทียมคืออะไร

หากว่าใครที่ได้เคยมีโอกาสไปที่โรงแรมหรูหรา ก็คงจะพบกับนวัตกรรมหมอนที่น่าสนใจยิ่ง สิ่งนั้นก็คือหมอนขนห่านเทียมนั่นเอง โดยเจ้าหมอนนี้จัดได้ว่าเป็นไอเท็มเด็ดที่ทุกโรงแรมจะต้องมี หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าเจ้าหมอนทำจากขนห่านเทียมมีประโยชน์อะไรบ้าง พร้อมแล้วมาดูกันเลย  อะไรคือหมอนขนห่านเทียม  สำหรับหมอนขนห่าน เราจะเรียกอีกชื่อว่าไมโครเจล อันเป็นหมอนที่ทำจากเส้นใยสังเคราะห์นั่นเอง ได้รับการสร้างสรรค์ผลงานมาจากการที่ผู้ผลิตอยากให้คนที่นอนได้สัมผัสนุ่มๆ น่านอนเหมือนหมอนขนเป็ดจริงๆ และไม่ชอบกลิ่นขนเป็ด หรือบางคนก็แพ้ขนสัตว์ พบว่าไม่สามารถใช้หมอนจากสัตว์ได้ อย่างไรก็ดีหมอนแบบนี้เป็นหมอนสุขภาพที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง และใช้ได้แบบนานๆ ยิ่งกว่าใยสังเคราะห์แบบอื่นๆ และยังราคาไม่แพงเกินไป...

ทำเลสิก

ข้อควรรู้ก่อนทำเลสิกข้อควรรู้ก่อนทำเลสิก

สำหรับคนที่มีปัญหาสายตาหลายคนมักจะเกิดปัญหากับการมองเห็นซึ่งส่งผลต่อการดำรงชีวิตประจำวันค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเรียน การทำงานหรือแม้แต่การใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น ทำให้เป็นอุปสรรคในหลาย ๆ อย่างจึง มีหลายคนหันไปตัดแว่นสายตาเพื่อให้สามารถมองเห็นได้เป็นปกติในช่วงที่ต้องการใช้สายตาเพื่อลดการเพ่งเล็งหรือพฤติกรรมการมองแบบผิด ๆ  อีกทั้งยังช่วยให้สายตาไม่มีปัญหาหรือมีแนวโน้มที่ย่ำแย่ลง ซึ่งการใส่แว่นนั้นการแก้ปัญหาในระยะสั้นเป็นการทำให้มองเห็นได้ปกติเพียงชั่วคราวไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาสายตาอย่างแท้จริง จึงเริ่มมีหลายหลายคนมองหาการแก้ปัญหาสายตาที่บริเวณดวงตาของเราเลยเพื่อให้กลับมามองเห็นเหมือนคนสายตาปกติอีกครั้ง โดยการทำวิธีผ่าตัดแก้ไขสายตาหรือที่เราเรียกว่าการทำเลสิก   ข้อควรรู้ก่อนการทำเลสิก  การทำเลสิกซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาสายตาได้ในทุกปัญหาไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียงหรือความผิดปกติทางสายตารูปแบบใดก็ตามสามารถแก้ไขด้วยการทำเลสิกได้ทั้งหมด ซึ่งการทำเลสิกจะทำโดยใช้วิธีการแยกชั้นกระจกตา โดยใช้เทคนิคการแยกชั้นแบบเฉพาะทางจากนักจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยจะแยกชั้นของกระจกตาด้วยใบมีดขนาดเล็กที่จะสามารถแยกด้วยความแม่นยำนุ่มนวลและสร้างบาดแผลทิ้งเอาไว้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้คนไข้หรือผู้ที่มาเข้ารับการรักษาใช้เวลาพักฟื้นเพียงเล็กน้อย   เมื่อแยกชั้นกระจกตาออกมาเรียบร้อยแล้วทางทีมแพทย์จะทำการยิงเลเซอร์เข้าไปที่กระจกตาชั้นกลางเพื่อปรับแต่งความโค้งให้เหมาะสมและปรับโฟกัสการมองเห็นให้เป็นปกติ จากนั้นจึงปิดผิวกระจกตากับเขาไปที่ตำแหน่งเดิม แต่การทำเลสิกนั้นก็มีข้อจำกัดในการทำอยู่บ้างเล็กน้อย ผู้ที่จะเข้ารับการรักษาจะต้องตรวจสอบและเข้ามาตรวจเช็คสภาพดวงตาของตนเองก่อนเข้ารับการรักษาทุกครั้ง ซึ่งข้อจำกัดในการทำเลสิกนั่นก็คือจะต้องเป็นผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปหรือมีค่าสายตาที่คงที่ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างน้อยหนึ่งปี ก็จะสามารถนัดตรวจสอบสภาพดวงตากับจักษุแพทย์เพื่อประเมินการรักษาได้เลยทันที  รวมทั้งผู้ที่จะทำเลสิกจะต้องมีความหนาของกระจกตาไม่น้อยกว่า 480 ไมครอนเพราะหากมีกระจกตาที่มีขนาดบางจนเกินไปอาจเกิดความเสี่ยงและผลกระทบตามมาได้หลังจากการผ่าตัด ซึ่งทางจักษุแพทย์ส่วนใหญ่มักจะแนะนำให้ใช้วิธีการรักษาวิธีการอื่นแทนที่มีความเสี่ยงในการผ่าตัดที่น้อยกว่าและสามารถแก้ปัญหาสายตาให้กลับมาเป็นปกติได้เช่นเดียวกัน โดยมีโอกาสเสี่ยงน้อยกว่า ซึ่งการแก้ปัญหาสายตาที่มีความแม่นยำนั้นไม่ได้มีเพียงวิธีการทำเลสิกวิธีเดียว แต่ยังมีวิธีการแก้ปัญหาอีกหลากหลายวิธีซึ่งผู้ที่ต้องการเข้ารับการแก้ไขสายตาควรจะเข้าไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือเข้าไปพูดคุยแผนการรักษาก่อนในเบื้องต้นทุกครั้งต่อไป ...